ข้อสอบปลายภาค วิชาวิทยาศาสตร์ภายภาพชีวภาพ 4

1.ดวงอาทิตย์มีความสำคัญต่อโลกเพราะเหตุใด?
ก. ทำให้เกิดลม                                         ข. ทำให้เกิดปิโตรเลียม   
          ค. ทำให้พืชและสัตว์เจริญเติบโต                       ง. ให้พลังงานความร้อนและแสงสว่าง
2.เซลสุริยะใช้หลักอะไรจึงทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้า
          ก. ใช้หลักการระเหยของน้ำ                            ข. ใช้กระจกนูนรวมแสงไว้ที่จุดเดียว
          ค. ใช้วัตถุทาสีดำดูดความร้อนจากดวงอาทิตย์         ง. ใช้วัตถุกึ่งตัวนำทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า
3.ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
          ก. ลมบกพัดจากบกไปสู่ทะเลเกิดในเวลากลางคืน
          ข. ลมทะเลพัดจากทะเลสู่ฝั่งเกิดในเวลากลางวัน
          ค. ลมพัดจากที่ที่มีความกดอากาศต่ำไปสู่ที่ที่มีความกดอากาศสูงกว่า
          ง. ข้อ ก และ ข้อ ข ถูกต้อง
4. สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ บนโลกคือสาเหตุใด
          ก. เพราะโลกประกอบด้วยพื้นดินและพื้นน้ำจึงรับและคายความร้อนไม่เท่ากัน
          ข. การที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์และแกนโลกเอียง
          ค. ชั้นบรรยากาศแต่ละบริเวณของโลกมีความหนาบางไม่เท่ากัน
          ง. ถูกทั้ง 3 ข้อ
5.พลังงานที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์มีปริมาณมหาศาล แต่โลกเราได้รับเพียงปริมาณเล็กน้อย คิดเป็นเท่าใดของปริมาณทั้งหมด
ก.       1/2200 ล้านส่วน
ข.       1/2000 ล้านส่วน
ค.       1/220 ล้านส่วน
ง.        1/200 ล้านส่วน
-2-
6.จากหลักการใช้เลนส์นูนรวมแสงจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดจุดโฟกัส
   อธิบายได้ว่าลักษณะลำแสงจากดวงอาทิตย์มีลักษณะอย่างไร
ก.       เป็นลำแสงหักเหเมื่อผ่านเลนส์นูนจะหักเหมารวมกัน
ข.       เป็นลำแสงเดี่ยวเมื่อผ่านเลนส์นูนจึงรวมเป็นจุดเพียงจุดเดียว
ค.       เป็นลำแสงขนานเมื่อผ่านเลนส์นูนเกิดการรวมแสง
ง.        เป็นลำแสงสะท้อนเมื่อผ่านเลนส์นูนจะสะท้อนมารวมกัน
7.สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดน้ำค้างคือข้อใด
          ก. ความแตกต่างของความกดอากาศในตอนกลางวันกับกลางคืน
          ข. ปริมาณการคายน้ำของต้นไม้ในตอนกลางคืน
          ค. การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจากร้อนเป็นเย็นในตอนดึกหรือเช้ามืด
          ง. ลักษณะและชนิดของพื้นดินในแต่ละช่วงฤดูกาล
8.การสังเคราะห์ด้วยแสง จะผลิตก๊าซชนิดใดออกมาด้วย
          ก. คาร์บอนไดออกไซด์                                 ข. ออกซิเจน
          ค. ไนโตรเจน                                           ง. คาร์บอนมอนอกไซด์
9.ข้อใด ไม่ใช่ วัตถุดิบที่จำเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสง
          ก. น้ำ                                                   ข. คาร์บอนไดออกไซด์
          ค. ออกซิเจน                                            ง. แสงอาทิตย์
10.ข้อใดไม่ได้ใช้หลักการระเหยของของเหลวด้วยแสงอาทิตย์และการกลั่นตัว
          ก.การเกิดหมอก                                        ข.การเกิดน้ำค้างแข็ง
          ค.การเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำจืดด้วยแสงแดด          ง.การทำเกลือจากน้ำทะเล
11. พลังงานทดแทน หมายถึงอะไร
          ก. พลังงานที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ                ข. พลังงานที่นำมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง
          ค. พลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้นมา                         ง. น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากหิน
12. ข้อใดคือพลังงานสิ้นเปลือง
          ก. แสงอาทิตย์, ลม, ชีวมวล                            ข. น้ำ, ก๊าซธรรมชาติ, นิวเคลียร์
          ค. ถ่านหิน, ก๊าซธรรมชาติ, นิวเคลียร์                  ง. ไฮโดรเจน, ก๊าซธรรมชาติ, หินน้ำมัน
13. ข้อใดคือพลังงานหมุนเวียน
          ก. น้ำ, ก๊าซธรรมชาติ, นิวเคลียร์                       ข. ไฮโดรเจน, ก๊าซธรรมชาติ, หินน้ำมัน
          ค. ถ่านหิน, ก๊าซธรรมชาติ, นิวเคลียร์                  ง. แสงอาทิตย์, ลม, ชีวมวล
14. การเปลี่ยนรูปพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า ให้กระแสไฟฟ้าอะไรออกมา
          ก. กระแสตรง AC                                      ข. กระแสสลับ AC
          ค. กระแสตรง DC                                      ง. กระแสสลับ DC
15. การเชื่อมต่อระบบโซล่าเซล ตัวเก็บประจุไฟฟ้า คืออุปกรณ์ใด
          ก. อินเวอร์เตอร์            ข. สายไฟ                  ค. ดวงอาทิตย์             ง. แบตเตอร์รี


16.ข้อใดเป็นพลังงานทดแทนที่ใช้เชื้อเพลิงน้อยที่สุด แต่ให้พลังงานความร้อนออกมามากที่สุด
          ก. ชีวมวล                  ข. นิวเคลียร์               ค. แสงอาทิตย์             ง. ไฮโดรเจน
17. การเชื่อมต่อระบบโซล่าเซล แผงโซล่าเซล ทำหน้าที่อะไร
          ก. เปลี่ยนรูปพลังงานแสงอทิตย์เป็นพลังงาน ไฟฟ้า
          ข. เก็บประจุไฟฟ้า
          ค. ชาร์ทแบตเตอร์ร
          ง. ดูดรังสีดวงอาทิตย์
18. ข้อใดเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุด และมีปริมาณมากที่สุด
          ก. ไฮโดรเจน               ข. น้ำ                      ค. แสงอาทิตย์             ง. นิวเคลียร์
19. การเปลี่ยนรูปพลังงานลมเป็นพลังงานไฟฟ้า ต้องอาศัยอุปกรณ์ใดในการเปลี่ยนรูปพลังงาน
          ก. เทอร์โมมิเตอร          ข. มอเตอร์                 ค. อินเวอร์เตอร์            ง. ไดนาโม
20. ข้อใดเป็นวิธีประหยัดพลังงานได้ดีที่สุด
          ก. นายขวัญชัยเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศา เซลเซียส
          ข. นายแก้วใช้เครื่องซักผ้า ซักผ้าครั้งละมากๆ
          ค. นายอ๊อฟขี่จักรยานไปทำงานแทนรถยนต์
          ง. นายอุ้ยขับรถยนต์มาทำงานกับเพื่อน 2 คน
21.   กัมมันตภาพรังสี  หมายถึง อะไร ?
          ก.    รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุเมื่อโดนแสงแดด                
          ข
.    รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุได้เองอย่างต่อเนื่อง                 
          ค.   รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุเมื่อแตกตัวเป็นประจุไฟฟ้า                       
          ง.   รังสีที่เกิดจากการเปลี่ยนวงโคจรของอิเล็กตรอน          
22.  ธาตุที่มีคุณสมบัติแผ่รังสีได้เอง เรียกว่า อะไร ?
          ก.   ธาตุกัมมันตรังสี                                    ข.   ธาตุประกอบ                                     
          ค.   ธาตุรังสี                                                     ง.   รังสีธาตุ                                            
23.  รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุกัมมันตรังสี มีกี่ชนิด  อะไรบ้าง ?
ก.  3 ชนิด คือ รังสีแอลฟา  รังสีบีตา  รังสีอินฟาเรด                                       
          ข.  3 ชนิด คือ รังสีแอลฟา  รังสีบีตา  รังสีแกมมา                                         
          ค  4 ชนิด คือ รังสีแอลฟา  รังสีบีตา  รังสีแกมมา  รังสีอินฟาเรด                   
          ง.  4 ชนิด คือ  รังสีแอลฟา  รังสีบีตา  รังสีอินฟาเรด  รังสีเอกซ์           
24.   ข้อใดคือคุณสมบัติของรังสี แอลฟา ?
ก.  เป็นนิวเคลียสของธาตุฮีเลียม  มีประจุไฟฟ้า +2  มีมวล 4u  มีอำนาจทะลุผ่านต่ำ        
          ข.  อนุภาคที่มีประจุ -1  มีมวลเท่ากับมวลอิเล็กตรอน มีอำนาจทะลุผ่านปานกลาง                       
          ค.  เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  มีอำนาจทะลุผ่านมากที่สุด                                                                  
          ง.  เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  มีความถี่ต่ำมาก  มีอำนาจทะลุผ่านต่ำที่สุด                                            
-2-
25.   ข้อใดคือคุณสมบัติของรังสี บีตา?
ก.   เป็นนิวเคลียสของธาตุฮีเลียม  มีประจุไฟฟ้า +2  มีมวล 4u  มีอำนาจทะลุผ่านต่ำ             
          ข.    อนุภาคที่มีประจุ -1  มีมวลเท่ากับมวลอิเล็กตรอน มีอำนาจทะลุผ่านปานกลาง                     
          ค.   เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  มีอำนาจทะลุผ่านมากที่สุด                                                                
          ง.   เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  มีความถี่ต่ำมาก  มีอำนาจทะลุผ่านต่ำที่สุด                                          
26.  ข้อใดคือคุณสมบัติของรังสี แกมมา ?
          ก.    เป็นนิวเคลียสของธาตุฮีเลียม  มีประจุไฟฟ้า +2  มีมวล 4u  มีอำนาจทะลุผ่านต่ำ 
          ข.    อนุภาคที่มีประจุ -1  มีมวลเท่ากับมวลอิเล็กตรอน มีอำนาจทะลุผ่านปานกลาง
          ค.    เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  มีอำนาจทะลุผ่านมากที่สุด                                                                         ง.    เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  มีความถี่ต่ำมาก  มีอำนาจทะลุผ่านต่ำที่สุด
27.     กัมมันตภาพ  หมายถึง  อะไร ?
          ก.    จำนวนนิวเคลียสที่สลายตัวไปในหนึ่งหน่วยเวลา 
          ข.    จำนวนนิวเคลียสที่เหลืออยู่ในหนึ่งหน่วยเวลา
          ค.    อัตราการลดลงของจำนวนนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสี                              
          ง.    ช่วงเวลาของการสลายที่จำนวนนิวเคลียสเหลือครึ่งหนึ่งของจำนวนเริ่มต้น
28.    ครึ่งชีวิต หมายถึง อะไร?
          ก.    เวลาที่จำนวนนิวเคลียสที่สลายตัวไปจนเหลือน้อยที่สุด
          ข.    เวลาที่จำนวนนิวเคลียสลายตัวไปจนหมด
          ค.    อัตราการลดลงของจำนวนนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสี 
          ง.    ช่วงเวลาของการสลายที่จำนวนนิวเคลียสเหลือครึ่งหนึ่งของจำนวนเริ่มต้น           
29.     ข้อใดต่อไปนี้คือประโยชน์ของการนำกัมมันตภาพรังสีไปใช้ให้เกิดประโยชน์  ?
          ก.    ด้านอุตสาหกรรม  คือ  ใช้ทดสอบการทำงานของเครื่องยนต์
          ข.    การแพทย์  คือ ตรวจครรภ์มารดาเพื่อดูเพศบุตร
          ค.    การเกษตรกรรม  คือ ศึกษาการดูดซึมอาหารของพืช                                    
          ง.    ถูกทุกข้อ
30.     อาการป่วยที่ปรากฏหลังจากที่ร่างกายได้รับกัมมันตภาพรังสี  จะมีอาการอย่างไร  ?
          ก.    คลื่นไส้  เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ  ผมร่วง                           
          ข.    เวียนศีรษะ ตาบอด  หูอื้อ
          ค.    ปวดเมื่อยตามร่างกาย  ท้องร่วง
          ง.    ผมหงอก  ฟันร่วง
31. ขณะที่เราเห็นคลื่นกำลังเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิด สิ่งใดที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่น
            ก. ตัวกลาง                  ข. อนุภาคของตัวกลาง
            ค. พลังงาน                  ง. ถูกทุกข้อ



32. จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ คำตอบที่ถูกคือ
          1.คลื่นกล หมายถึงคลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่
          2.คลื่นตามขวาง หมายถึงคลื่นที่อนุภาคของตัวกลางสั่นในทิศตั้งฉากกับทิศของคลื่น
          3.คลื่นตามยาว หมายถึงคลื่นที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่
          ก. ข้อ 1 , 3                   ข. ข้อ 2 , 3                   ค. ข้อ 1 , 2                   ง. ข้อ 1 , 2 , 3
33. คลื่นในข้อใดเป็นคลื่นกล
          ก. คลื่นแสง                                             ข. คลื่นวิทยุ
          ค. คลื่นเสียง                                   ง. คลื่นไมโครเวฟ
34. คลื่นตามยาวและคลื่นตามขวาง มีสิ่งใดที่ต่างกัน
          ก. ทิศการเคลื่อนที่ของคลื่น
          ข. ทิศการสั่นของอนุภาคตัวกลาง
          ค. ประเภทของแหล่งกำเนิด
          ง. ความยาวคลื่น
35.
จงพิจารณาข้อความต่อไป คำตอบที่ถูกคือ
          1) การกระจัด หมายถึง ระยะตั้งฉากจากแนวสมดุลไปยังตำแหน่งบนคลื่น
          2) ระยะตั้งฉากจากแนวสมดุลไปถึงสันคลื่นหรือท้องคลื่น เรียกว่า แอมพลิจูด
          3) ระยะระหว่างสันคลื่นที่อยู่ถัดกัน หรือท้องคลื่นที่อยู่ถัดกัน คือ ความยาวคลื่น
          ก. ข้อ 1 และ 3                                     ข. ข้อ 2 และ 3
          ค. ข้อ 1 และ 2                                     ง. ข้อ 1 2 และ 3
36 เคลื่นแบบใดไม่อาศัยตัวกลางในการเคลื่นที
          ก คลื่นน้ำ                  ข คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า                ค คลื่นเส้นเชือก           ง  คลื่นสปริง
37. คลื่นที่เกิดจากการสะบัดเส้นเชือก เป็นคลื่นชนิดใด
1) คลื่นกล
2) คลื่นตามยาว
3) คลื่นตามขวาง
ข้อความใดถูกต้อง
ก. ข้อ 1 , 2 และ 3                   ข. ข้อ 1 , 3                    ค. ข้อ 2 , 3                  ง. ข้อ 1, 2
38. ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นจริงสำหรับคลื่น
          ก. คลื่นส่งผ่านพลังงาน
          ข. คลื่นเคลื่อนที่ตั้งฉากกับทิศทางการสั่นของอนุภาคตัวกลางเท่านั้น
          ค. คลื่นเกิดจากการสั่นของแหล่งกำเนิด
          ง. แหล่งกำเนิดของคลื่นให้พลังงานมากแอมพิจูดของของคลื่นจะมาก
39. เสียง เกิดจากอะไร (ถูกที่สุด)
          ก. การสั่นสะเทือนของวัตถุ                   ข. การแกว่งของวัตถุ

          ค. การกระทบกันของวัตถุ                    ง. การกระจัดของวัตถุ

40. เสียงเป็นคลื่นกล ประเภทคลื่นอะไร
          ก. คลื่นตามขวาง                              ข. คลื่นตามยาว
          ค. คลื่นกำทอน                                ง. คลื่นฮาร์มอนิก
41. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถเกิดได้จากข้อใด
    ก. นิวตรอน                 ข. อิเล็กตรอน        ค.  สนามแม่เหล็ก          ง.  สนามไฟฟ้า
42.  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกชนิดจะเคลื่อนที่ในสูญญากาศ โดยมีสิ่งเหมือนกันคือข้อใด
     ก. ความถี่                  ข. อัตราเร็ว          ค.แอมพลิจูด                  ง.  ความยาวคลื่น                        
43.  ความยาวคลื่นช่วงใดต่อไปนี้มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด
     ก. แสงสีแดง              ข. แสงสีม่วง          ค. คลื่นวิทยุ                   ง.รังสีเอกซ์
44. จากสมมติฐานของแมกซ์เวลส์พบว่าการเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟ้าจะทำให้เกิดอะไร
     ก.  กระแสไฟฟ้า          ข. แรงดัน              ค.  สนามแม่เหล็ก          ง. แรงเคลื่อนไฟฟ้า                                  
45. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สามารถเคลื่อนที่ผ่านได้ในข้อใด
    ก.  ผ่านก๊าซ                                                      ข.  เพียงสุญญากาศ       
    ค. ผ่านบริเวณที่มีสนามไฟฟ้า                   ง.  ผ่านได้ทุกข้อที่กล่าวข้างต้น
46. พลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าน่าจะซ่อนอยู่ในข้อใด
    ก.  ความถี่                     ข. ความเร็ว      ค.  ความยาวคลื่น             ง.  สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก                            
47.  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะไม่นำสิ่งในข้อใดไปด้วย
     ก.  ประจุ                       ข. โมเมนตัม           ค. พลังงาน                       ง.  สัญญาณจากวิทยุ                 
48.  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะนำสิ่งในข้อใดไปด้วย
     ก.ประจุ                         ข. ความถี่               ค. พลังงาน                       ง.  ความยาวนคลื่น                               
49. ทิศทางของสนามแม่เหล็กของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะอย่างไร
    ก.  ขนานกับสนามไฟฟ้า                         ข. ตั้งฉากกับสนามไฟฟ้า      
    ค.  ขนานกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น  ง. มีทิศตั้งฉากทั้งสนามไฟฟ้าและทิศการแผ่ของคลื่น
50. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกชนิดมีคุณสมบัติที่เหมือนกันคือข้อใด 
       ก.  หักเหได้เท่ากัน     ข.  เลี้ยวเบนได้เท่ากัน       ค.  แทรกสอดได้เท่ากัน      ง.  มีความเร็วเท่ากับแสง
51. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในข้อใดที่มีพลังงานมากที่สุด 
       ก.   แสง                  ข.  รังสีเอ็กซ์                   ค.  ไมโครเวฟ                  ง.  อัลตราไวโอเลต
52. เมื่อนักบินอวกาศขึ้นไปบนดวงจันทร์สามารถพูดคุยกับคนที่อยู่บนโลกได้  จะต้องใช้คลื่นชนิดใด 
       ก.  คลื่นวิทยุ                        ข.  คลื่นเสียง                   ค.  คลื่นโทรทัศน์              ง.  คลื่นไมโครเวฟ
53.  คลื่นวิทยุ  F.M.  มีช่วงความถี่เท่าใด 
       ก.   88  - 108   kHz  ข.  88  -  108   MHz       ค.  530  -  1600   kHz      ง.  530  -  1600   MHz
54.  สถานีโทรทัศน์ใช้วิธีส่งเสียงและภาพในระบบใดตามลำดับ 
       ก.   A.M.  -  A.M.       ข.  A.M.  -  F.M.             ค.  F.M.  -  A.M.              ง.  F.M.  -  F.M.
55.  ข้อใดเรียงลำดับจากความยาวคลื่นน้อยไปหาความยาวคลื่นมากได้ถูกต้อง 
       ก.   อินฟราเรด , แสง , แกมมา                         ข.  รังสีเอ็กซ์ , อินฟราเรด , แสง
       ค.   ไมโครเวฟ , แสง , อินฟราเรด                      ง.  รังสีเอ็กซ์ , อัลตราไวโอเลต , อินฟราเรด


56. ข้อใด  ไม่ใช่  คุณสมบัติของรังสีเอ็กซ์ 
       ก.  ทำให้แก๊สแตกตัวเป็นอิออน                                    ข.  เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง
       ค.  มีอำนาจในการผ่านทะลุทะลวงสูง                 ง.  เบี่ยงเบนในสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก
57. คลื่นวิทยุแตกต่างจากคลื่นแสงอย่างไร
       ก.  คลื่นวิทยุมีความถี่ต่ำกว่าคลื่นแสง                 ข. คลื่นวิทยุความถี่สูงกว่าคลื่นแสง
      ค. คลื่นวิทยุเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าคลื่นแสง                           ง. คลื่นวิทยุเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าคลื่นแสง
58. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้คือข้อใด
       ก.  รังสีเอ็กซ์                        ข.  รังสีแกมมา                 ค.  รังสีอินฟราเรด              ง.  รังสีอัลตราไวโอเลต
59. ข้อใดที่ถือว่าเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากรังสีอินฟราเรด
       ก.  ตรวจสอบและค้นหาสัตว์ป่าในที่มืด               ข.  ใช้อบอาหาร ทำให้อาหารสุก
ค.  ใช้ในอุตสาหกรรมอบสี                                ง.  ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
60.รังสีอินฟราเรดและคลื่นไมโครเวฟมีสิ่งที่เหมือนกันคือ
       1.  เป็นคลื่นประเภทเดียวกัน   
2.  ตรวจจับด้วยฟิล์มถ่ายรูปเหมือนกัน
3.  มีประโยชน์ในการสื่อสารเหมือนกัน
คำตอบที่ถูกต้องคือข้อใด 
ก.  ข้อ  1  เท่านั้น                                           ข.  ข้อ  1  และ  2
ค.  ข้อ  2  และ  3                                          ง.   ข้อ  1 , 2 และ 3


ข้อสอบวัดผลปลายภาคเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ภายภาพชีวภาพ 1

1.ข้อใดตรงกับอาหารมากที่สุด
          ก. เป็นสิ่งที่รับประทานแล้วให้พลังงาน
          ข. เป็นสิ่งที่รับประทานแล้วความอบอุ่นแก่ร่างกาย
          ค. เป็นสิ่งที่รับประทานแล้วซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
          ง. เป็นสิ่งที่รับประทานแล้วให้ประโยชน์แก่ร่างกาย
2. การทดลองไบยูเร็ตเป็นวิธีการที่ใช้ทดสอบสารอาหารประเภทใด
          ก. แร่ธาตุ                   ข. โปรตีน                  ค. ไขมัน                   ง. คาร์โบไฮเดรต
3. ข้อใดเป็นหน่วยวัดพลังงานความร้อนในอาหาร
          ก. จูล                      ข. องศาเซลเซียส          ค. แคลอรี                  ง. กรัม
4. ถ้ารับประทานมะเขือเทศเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคอะไรได้
          ก. โรคเหน็บชา                                ข. หลอดเลือดฝอยเปราะ
          ค. โรคปากนกกระจอก                       ง. โรคกระดูกอ่อน
5. ข้อใดเป็นคู่วิตามินและโทษของการขาดวิตามินนั้นได้ถูกต้อง
          ก. วิตามินเค – เป็นหมัน                     ข. วิตามินเอ - กระดูกอ่อน
          ค. วิตามินบี 1 – เหน็บชา                    ง. วิตามินอี - เลือดแข็งตัวช้า
6. สารอาหารโปรตีนมีองค์ประกอบใดที่ต่างจากสารคาร์โบไฮเดรต
          ก. ไนโตรเจน และออกซิเจน                 ข. ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส
          ค. คาร์บอนกับออกซิเจน                     ง. ไฮโดรเจนกับออกซิเจน
7. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
          ก. เด็กที่มีรูปร่างอ้วนอาจเป็นโรคขาดสารอาหารได้
          ข. เด็กที่เป็นโรคขาดสารอาหารส่วนใหญ่จะเกิดกับวัยรุ่น
          ค. เด็กที่เป็นโรคขาดสารอาหารเพราะรับประทานสารอาหารไม่ครบ
          ง. เด็กที่ขาดโปรตีนจะเป็นอันตรายมากกว่าขาดสารอาหารประเภทอื่น

8. บุคคลในข้อใดต้องการสารอาหารมากกว่าบุคคลประเภทอื่น
          ก. ผู้ที่ให้นมบุตร                              ข. ผู้ที่อยู่ในวัยเด็ก
          ค. ผู้ที่อยู่ในวัยรุ่น                             ง. ผู้ที่อยู่ในวัยชรา
9. ถ้าราคาเท่ากันนักเรียนควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดจึงจะให้คุณค่าทางอาหารดีที่สุด
          ก. นมถั่วเหลือง            ข. ปาท่องโก๋               ค. กล้วยบวชชี                      ง. ขนมครก
10. ข้อใดเรียนลำดับการใช้พลังงานจากมากไปหาน้อย
          ก. เขียนหนังสือ,ล้างจาน,ล้างรถ                       ข. ล้างรถ,เขียนหนังสือ,ล้างจาน
          ค. ล้างรถ,ล้างจาน,เขียนหนังสือ                       ง. ล้างจาน,ล้างรถ,เขียนหนังสือ
11. ข้อใดเป็นสารอาหารให้พลังงาน
          ก. คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน                      ข. คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แร่ธาตุ
          ค.  โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุ                              ง. โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเครต
12.สารอาหารต่างๆ นี้ ปริมาณ 1 กรัม สารใดให้พลังงานมากที่สุด
          ก. คาร์โบไฮเดรต          ข.โปรตีน         ค. ไขมัน          ง. วิตามิน
13. วิธีทดสอบอาหารจำพวกแป้ง คือข้อใด
          ก. ทดสอบด้วยสารละลายไอโอดีน                     ข. ทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกซ์
          ค. ทดสอบด้วยไบยูเรต                                 ง. ทดสอบด้วยสารละลายคอบเปอร์ซัลเฟต
14. สาร A ทดสอบด้วยวิธีไบยูเรต ปรากฎว่าสารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง แสดงว่าสาร A คือสารใด
          ก. คาร์โบไฮเดรต          ข. โปรตีน                  ค. น้ำตาล                  ง. ไขมัน
15. ถ้าต้องการทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจำพวกน้ำตาลควรทดสอบด้วยวิธีใด
          ก. หยดสารละลายไอโอดีน                             ข. วิธีไบยูเรต
          ค. ถูกับกระดาษ                                        ง. สารละลายเบเนดิกซ์
16. นายวิทย์รับประทานข้าวขาหมู 1 จาน ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 25 กรัม โปรตีน 35 กรัม ไขมัน 40 กรัม ถ้าวิทย์รับประทานข้าวขาหมู 2 จานจะได้รับโปรตีนและไขมันเท่าไหร่
          ก. โปรตีน 140 Kcal ไขมัน 400 Kcal
          ข. โปรตีน 200 Kcal ไขมัน 400 Kcal
          ค. โปรตีน 230 Kcal ไขมัน 270 Kcal
          ง. โปรตีน 280 Kcal ไขมัน 720 Kcal
17. วิตามินใดที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้จากการสังเคราะห์ของผิวหนังเมื่อได้รับแสงแดด
          ก. วิตามิน A               ข. วิตามิน B               ค. วิตามิน C               ง.วิตามิน D
18. วิตามินใดที่ละลายได้ในไขมัน
          ก. วิตามิน A,B C, D                                    ข. วิตามิน A, B, E, D
          ค. วิตามิน A, C, D, K                                  ง.วิตามิน A, D, E, K
19. ข้อใดสัมพันธ์กันในแง่โภชนาการ
          ก. วิตามิน A – บำรุงสายตา                           ข. วิตามิน B - ไม่เป็นหมัน
          ค. วิตามิน C – บำรุงสมอง                            ง.วิตามิน D – การแข็งตัวของเลือด

20. โรคตานขโมย เกิดจากการขาดสารอาหารประเภทใด
          ก. คาร์โบไฮเดรต          ข. โปรตีน                  ค. ไขมัน                    ง. วิตามิน
21.      สารเคมีในข้อใดมีสมบัติเป็นกรด
– เบส ต่างจากข้ออื่น
          ก. น้ำอัดลม                ข. ผงซักฟอก               ค. โซดาไฟ                 ง. ผงฟู
22.      ข้อใดไม่ถูกต้องในการใช้ยาฆ่าแมลง
          ก. ปกปิดร่างกายให้มิดชิดขณะใช้ยา                   ข.ควรยืนใต้ลมขณะฉีดพ่นยา
          ค. รีบทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังการใช้ยา      ง.ไม่ควรสูบบุหรี่หรือรับประทานอาหารขณะใช้ยา
23.      ผงซักฟอกมีคุณสมบัติต่างจากสบู่ในข้อใด
ก. ผงซักฟอกมีฤทธ์เป็นกรด                            ข. สบู่ละลายไขมันได้ดีกว่าผงซักฟอก
          ค. ผงซักฟอกใช้กับน้ำกระด้างได้ดีกว่า                 ง. สบู่มีกลิ่นหอมกว่า
24.      กรดคาร์บอนิกพบในสารเคมีชนิดใด
          ก. สบู่                      ข. น้ำโซดา                 ค. สีผสมอาหาร            ง. ผงซักฟอก
25.      ข้อใดไม่ใช่สารเคมีจากธรรมชาติที่ใช้กำจัดแมลง
          ก. ยี่โถ ยาสูบ              ข. ตะไคร้หอม น้อยหน่า  ค. สะเดา สารหนู          ง. สะเดา ยาสูบ
26.      ใครเลือกซื้ออาหารได้ถูกต้อง
          ก. เก่งซื้ออาหารปรุงเสร็จใหม่ๆ และไม่มีสีผสม
          ข. ไก่ซื้ออาหารกระป๋องที่หมดอายุ ราคาถูก
          ค. โก้ซื้ออาหารเจ้าประจำใส่ผงชูรสมากๆ รสชาติอร่อย
          ง. กิ๊กซื้อลูกชุบสีสดใส หลากสีน่ารับประทาน
27.      ถ้านักเรียนเห็นพริกที่หั่นใส่ในน้ำส้มสายชูเปลี่ยนสี มีลักษณะยุ่ย นักเรียนคิดว่าอย่างไร
          ก. พริกในน้ำส้มสายชูนั้นเป็นของเก่า                  ข. ไม่ควรบริโภคน้ำส้มสายชูขวดนั้น
          ค. ความเผ็ดของพริกทำให้น้ำส้มสายชูเปลี่ยนสี
          ง. น้ำส้มสายชูเปลี่ยนสี เพราะความเค็มของเกลือที่เติมลงไป
28.      เมื่อได้รับสารเร่งเนื้อแดงเข้าไปในร่างกาย จะทำให้มีอาการ ในข้อใด
          ก. กล้ามเนื้อสั่น หัวใจเต้นเร็ว และปวดศีรษะ         ข. อ่อนเพลีย ความดันโลหิตสูง
          ค. นอนไม่หลับ                                         ง. ท้องผูกมีอาการอาเจียนร่วมด้วย
29.      วิธีใดที่ทำให้ปลอดภัยจากการใช้สารเคมีประเภทยารักษาโรคมากที่สุด
          ก. ปรึกษาคนขายยาในการซื้อยา                      ข. หลีกเลี่ยงการใช้ยารักษาโรค
          ค. อ่านฉลากยาและวิธีใช้ก่อนใช้ทุกครั้ง               ง. รับการตรวจจากแพทย์ และรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
30.      ข้อใดเป็นหลักการเลือกซื้อยาสระผมที่ถูกต้องและปลอดภัย
          ก. มีเนื้อสารเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีรอยบุบ และระบุวันผลิต
          ข. มีฉลาก ระบุผู้ผลิต วันผลิต เหมาะต่อสภาพเส้นผม และมี อย.
          ค. มีบรรจุภัณฑ์สวยงาม มีการโฆษณา และระบุแหล่งผลิต
          ง. มี อย. คนนิยม และระบุแหล่งผลิต


31. ควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด เพื่อช่วยให้เล็บ กระดูกและฟันเจริญเติบโตได้เต็มีที่ตามวัยอันสมควร
          ก. อาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
           ข. อาหารที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค
          ค.อาหารที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
          ง.อาหารที่ช่วยสร้างความเจริญเติบโต
32. ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ ของมนุษย์ขณะสึกหรอให้เป็นปกติอยู่เสมอ
          ก. อากาศที่หายใจ                            ข.การออกกำลังกาย
          ค.พลังงานจากอาหาร                         ง.การพักผ่อนที่เพียงพอ
 33. เหตุใดเมื่อมนุษย์รับประทานอาหารเข้าสู่ร่างกายแล้วจึงมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
          ก. อาหารช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค
          ข.อาหารช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
          ค.อาหารช่วยสร้างพลังงานแก่ร่างกาย
          ง.อาหารช่วยให้ร่างการทำงานได้เป็นปกติ
 34. นักเรียนควรรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด จึงจะได้โปรตีนครบถ้วนและสูงสุดตามหลักโภชนาการ
          ก. เต้าหู้เหลือง             ข.น้ำนม                    ค.เนื้อสัตว์                  ง.ไข่
 35. เพื่อส่งเสริมให้ร่างกายเจริญเติบโตได้เต็มที่ วัยร่นควรรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด
          ก.  เนย ผักสีเขียว         ข.ไข่ มะเขื่อเทศ            ค.เนื้อสัตว์ ข้าวจ้าว        ง.นำมันมะพร้าว ถั่วเหลือง
 36. ความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการเรื่องอาหารหลัก 5 หมู่ มีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร
          ก. สามารถเลือกอาหารได้ตามรสนิยม                 ข.สามารถเลือกใช้สารอาหารได้ถูกใจ
          ค.สามารถเลือกซื้ออาหารได้ราคาถูก                  ง.เปลี่ยนแปลงรายการอาหารได้โดยไม่เกิดผลเสีย
 37. ข้อใดเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้เด็กในวัยเรียนรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่
          ก. การรับปรัทานอาหารนอกบ้าน                     ข.การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
          ค.การรับประทานอาหารไม่อิ่มเพราะรีบ              ง.การรับประทานอาหารเฉพาะที่ชอบ
 38. ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด เพราะอาจเป็นสาเหตุของโรคฟัน
และมีประโยชน์น้อยมาก
          ก. น้ำอัดลม                ข.น้ำผลไม้                  ค.นมหวาน                 ง.นมเปรี้ยว
 39. เหตุใดวัยรุ่นแม้จะรับประทานอาหารในปริมาณมาก แต่ก็ไม่อ้วนจนเกินไป
          ก. ร่างกายนำไปสร้างภูมิคุ้มกันโรค                    ข.ร่างกายนำไปใช้พัฒนาด้านสติปัญญา
          ค.ร่างกายนำไปใช้ในการเจริญเติบโต                  ง.ร่างกายนำไปเก็บไว้เพื่อใช้ในยามเจ็บป่วย
 40. เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง วัยรุ่นควรรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด
          ก. นม ไข่ ยอดสะเดา                                   ข.เครื่องในสัตว์ กล้วย หมู
          ค.เต้าเจี้ยว ไข่เค็ม เนยแข็ง                             ง.กระถิน ผักบุ้ง ถั่ว



41. ข้อใดกล่าวถึงความหมายของสิ่งแวดล้อมได้ถูกต้องที่สุด
ก. เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเป็นตัวกำหนด
ข. สรรพสิ่งรอบๆตัวเราทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต
ค. สรรพสิ่งรอบๆตัวเราระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
ง. สิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อยู่รอบๆตัวเรา
42. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไปไม่สามารถเกิดขึ้นทดแทนได้เพียงพอได้แก่
ก.  ดิน ป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำมัน                           ข. ดิน น้ำ อากาศ น้ำมัน
ค. ดิน แสงแดด น้ำ อากาศ                            ง. ดิน ป่าไม้ สัตว์ป่า อากาศ
43.ข้อใดเป็นประเภทของสิ่งแวดล้อม
ก. สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อมที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
ข. สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ค. สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น
ง. ถูกทุกข้อ
44.ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญของทรัพยากรน้ำ
ก. ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค                            ข. ใช้ในการเกษตร
ค. เป็นแหล่งอาหาร                                    ง. ทุกข้อที่กล่าวมา
45.สิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตมากที่สุดด้านใด
ก. ด้านอุตสาหกรรม                                    ข. ด้านเศรษฐกิจ
ค. ด้านสาธารณะสุข                                   ง. ด้านความเป็นอยู่ของมนุษย์
46.ข้อใดบอกถึงความหมายของระบบนิเวศได้ถูกต้อง
ก. กลุ่มสิ่งมีชีวิตกับแหล่งที่อยู่                          ข. กลุ่มสิ่งมีชีวิตกับกลุ่มสิ่งไม่มีชีวิต
ค. แหล่งที่อยู่กับสิ่งไม่มีชีวิต                            ง. แหล่งที่อยู่กับสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต
47.สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณใดต้องปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิ
ก. แหล่งน้ำจืด                                          ข. แหล่งน้ำใส
ค. แหล่งน้ำเค็ม                                         ง.  แหล่งน้ำไหล
48.ข้อใดคือองค์ประกอบที่มีชีวิตในระบบนิเวศ
ก. ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลาย                        ข. ผู้ผลิต ผู้ล่าเหยื่อ ผู้ย่อยสลาย
ค. ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลาย ผู้ถูกย่อยสลาย               ง.ไม่มีข้อใดถูก
49.องค์ประกอบสิ่งที่มีชีวิตในระบบนิเวศใดเป็นสิ่งมีบทบาทในขั้นตอนสุดท้าย
ก. ผู้บริโภค                ข. ผู้ย่อยสลาย             ค. ผู้ล่าเหยื่อ               ง. ผู้ถูกย่อยสลาย
50.ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่สิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งคู่คือ
ก. ภาวะอิงอาศัย          ข. ภาวการณ์แข่งขัน       ค. ภาวะพึ่งพากัน          ง. ภาวะเป็นกลาง
51.ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบนิเวศ
ก. การย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย                               ข. การทำไร่นา
ค. การสร้างสิ่งก่อสร้าง                                 ง. การปรับที่ดิน
52.สิ่งมีชีวิตใดมีความสัมพันธ์แบบเป็นกลาง
ก. เสือกินกวาง                                         ข. ใส้เดือนกับเสือ         
ค. ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล                         ง. ปลาฉลามกับเหาฉลาม
53.ปัจจัยใดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประชากรมากที่สุด
ก. สถานการณ์ทางการเมือง                           ข. มีโรคภัยไข้เจ็บ
ค. ความยากจน                                        ง. การเกิดภัยธรรมชาติอย่างหนัก
54.แนวทางการแก้ปัญหาประชากรกับสิ่งแวดล้อมนั้นทำได้หลายวิธีได้แก่
ก. ชะลอการเพิ่มจำนวนประชากร                     ข. ลดการขยายตัวเมือง
ค. รัฐต้องดูแลไม่ให้ตัดไม้ทำลายป่า                    ง. ถูกทุกข้อ
55.สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมส่งผลกระทบต่อประชากรในด้านใดมากที่สุด
ก. ทำให้ประชากรอพยพย้ายถิ่นฐาน                  ข. การเกิดปัญหาความยากจน
ค. การขาดสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ                   ง. ขาดสถานที่ทำมาค้าขาย
56.ปัญหาน้ำเน่าเสียในปัจจุบันท่านคิดว่าสิ่งใดที่เป็นตัวการทำให้น้ำเน่าเสีย
ก. น้ำยาล้างจาน          ข. เศษอาหาร              ค. ขยะมูลฝอย             ง. ไม่มีข้อใดถูก
57.ป่าไม้มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์คือข้อใด
ก. เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ                          ข. เป็นแหล่งรายได้โดยการตัดไม้ไปขาย
ค. เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารทำให้มีน้ำอุปโภคบริโภค    ง. ทั้งข้อ 1 และข้อ2
58.พลังงานที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากที่สุดคือ
ก. น้ำมัน แก๊สธรรมชาติ                                ข. ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ
ค. น้ำมัน ถ่านหิน                                      ง. น้ำมัน พลังงานลม
59.การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีความหมายคือ
ก. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะใช้ได้
ข. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยความฉลาดและใช้อย่างเหมาะสม
    เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์มากที่สุด
ค. การเก็บทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ใช้ส่วนตัว
ง. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่จำเป็น
60.ข้อใดกล่าวถึงการอนุรักษ์สิ่งของที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า
ก. เงาะเห็นรองเท้าของตนเองเก่าจึงนำไปทิ้ง
ข. ละมุดมีเสื้อที่ใส่ไม่ได้จึงนำไปให้น้องใส่
ค. น้อยหน่าไปซื้อกางเกงยีนตัวใหม่ทั้งที่ตัวเก่าก็ยังไม่ได้ใช้
ง. เชอรีใช้แป้งตลับหลายๆยี่ห้อเพื่อจะดูว่าอะไรดีกว่ากัน



** อย่าลืมทบทวนทำข้อสอบอีกรอบนะครับ


การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิก

การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิก
     การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิกหรือการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (simple harmonic motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุกลับไปมาซ้ำทางเดิมผ่านตำแหน่งสมดุล โดยมีขนาดของการกระจัดสูงสุดคงตัว เรียกว่า แอมพลิจูด ช่วงเวลาที่วัตถุเคลื่อนที่ครบ  1 รอบ เรียกว่า คาบ ( T ) และจำนวนรอบที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ใน 1 วินาที เรียกว่า ความถี่ f
     เมื่อผูกวัตถุเข้ากับยางยืดหรือปลายสปริง ห้อยในแนวดิ่ง ดึงวัตถุให้ยางหรือสปริงยืดออกเล็กน้อย แล้วปล่อย วัตถุก็จะสั่นขึ้นลง โดยการเคลื่อนที่ไปกลับทุกครั้งผ่านตำแหน่งสมดุล ที่จุดบนสุดและต่ำสุดซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีการกระจัดมากที่สุด วัตถุจะมีอัตราเร็วเป็นศูนย์ และขณะวัตถุเคลื่อนผ่านตำแหน่งสมดุลซึ่งมีการกระจัดเป็นศูนย์ วัตถุจะมีอัตราเร็วมากที่สุด ความถี่ในการสั่นของวัตถุจะขึ้นกับมวลวัตถุที่ติดอยู่กับปลายยางหรือสปริง และขึ้นกับค่าคงตัวสปริง k (spring constant) ซึ่งเป็นค่าของแรงที่ทำให้สปริงยืดหรือหดได้ 1 หน่วยความยาว  โดย ความถี่ในการสั่นของวัตถุที่ติดปลายสปริงหาได้จากความสัมพันธ์ ดังนี้
http://fieldtrip.ipst.ac.th/backend/images/resources/siampark/content_pic/10-1.png
     ส่วนคาบของการสั่น หรือเวลาที่ใช้ในการสั่นครบ 1 รอบจะหาได้จากความสัมพันธ์ต่อไปนี้
http://fieldtrip.ipst.ac.th/backend/images/resources/siampark/content_pic/10-2.png
     การเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นการเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิกที่ชัดเจนอีกลักษณะหนึ่งคือ การแกว่งของลูกตุ้มอย่างง่าย (simple pendulum) ซึ่งประกอบด้วยวัตถุมวล m แขวนห้อยที่ปลายเชือกยาว lโดยธรรมชาติจะแขวนห้อยในแนวดิ่งซึ่งเป็นตำแหน่งสมดุล เมื่อดึงวัตถุให้เชือกเอียงไปทำมุมกับแนวดิ่งเล็กน้อยแล้วปล่อย วัตถุจะแกว่งกลับไป มา ซ้ำทางเดิมผ่านตำแหน่งสมดุล ลูกตุ้มนาฬิกา ชิงช้า จะเป็นการแกว่งแบบเดียวกับลูกตุ้มอย่างง่าย
     ความถี่และคาบในการแกว่งของลูกตุ้มจะสัมพันธ์กับความยาว l ที่วัดจากจุดแขวนไปจนถึงศูนย์กลางมวลของวัตถุ โดยไม่ขึ้นกับมวลที่แขวน
http://fieldtrip.ipst.ac.th/backend/images/resources/siampark/content_pic/10-3.png
     ความถี่ในการแกว่งหาได้จากความสัมพันธ์ต่อไปนี้ 
http://fieldtrip.ipst.ac.th/backend/images/resources/siampark/content_pic/10-4.png
     และคาบของการแกว่ง หาได้จากความสัมพันธ์ต่อไปนี้
http://fieldtrip.ipst.ac.th/backend/images/resources/siampark/content_pic/10-5.png